ตอนสุดท้ายแล้วจ้า เรื่องยาว+รูปเยอะน่อ ใครขี้เกียจอ่านจะข้ามๆก็ไม่ว่ากัน แต่เราอยากเมาท์ ฮ่าฮ่า เพราะเป็นไฮไลท์ที่เราไปคราวนี้ด้วย และขอเล่าเฉพาะที่ได้ไปเข้ามานะ เดี๋ยวไม่จบ^^
สำหรับข้อมูลทั่วไปของEXPO ดูได้ที่นี่จ้ะ
เราไป EXPO รวมทั้งหมด 3 วันค่ะ
จากโรงแรมถึงสถานที่จัดงาน นั่งแท๊กซี่ใช้เวลาประมาณ 40-45 นาทีเพราะสถานที่จัดงานจัดห่างออกมานอกเมืองพอสมควร (อันที่จริงที่พักไกลขนาดนั้นเพราะโรงแรมใกล้ๆที่จัดงานมันเต็มล่วงหน้ามาแล้ว 2-3 เดือนด้วยแหละ)
วันแรกวันอาทิตย์ คณะเราที่ใช้แท๊กซี่ 3 คัน ดันหลงไปผิดประตูซะคันนึง เลยต้องรอตากลมเย็นอู้ฟู่กันอยู่เกือบๆครึ่งชม. ...เข้าไม่ได้เพราะตั๋วอยู่ที่รถคันนั้น ฮ่าฮ่า พอเจอกันเรียบร้อยก็ถึงจะเข้างาน วันนี้เข้าทางประตูทิศเหนือ ก่อนเข้างานต้องมีการตรวจกระเป๋าทั้งโดย staff, ผ่านเครื่องแสกนโลหะ แล้วถึงจะถึงด่านสอดบัตรเข้างาน ทั้งนี้สารพัดของกินหรือเหล้าจากภายนอก ห้ามเอาเข้างานจ้า เข้าไปแล้ว โอ อลังการล้านแปด แล้วเพราะเป็นวันอาทิตย์ คนก็เลยล้านแปดด้วยเช่นเดียวกัน ^^


ไฮไลท์ของงานก็คงไม่พ้นแถวๆ Corporate zone ที่บรรดาบริษัทใหญ่ๆมี pavilion มาแสดงเทคโนโลยีของตัวเอง pavilion ของบางบริษัทนี่ต้องจองกันออนไลน์ล่วงหน้าเลย เพราะคนจะเยอะ เรียกว่าระบบ fast pass คือจะจอง online ก็ได้ หรือจะมาจองเวลาไว้ล่วงหน้าที่งาน โดยใช้บัตรเข้างานซึ่งจะฝังชิปไว้มาเสียบกับเครื่องจองเวลาทางด้านหน้าของ pavilion เนื่องจากคนที่ไปจอง TOYOTA pavilion ให้เค้าจองได้ 2 รอบ (นี่ขนาดไปรอแต่เช้านะ...เป็นหวัดเลย น่าสงสาร - -) ก็เลยแบ่งเป็น 2 กลุ่มแยกกันไปเที่ยวก่อน เราจะได้เข้าโตโยต้าตอนบ่าย เลยไปเข้า
JAMA Wheel เป็นสมาคมของผู้ผลิตรถยนต์ในญี่ปุ่น 14 บริษัท เป็นชิงช้าสวรรค์สีแดงที่ครึ่งแรกจะเป็น presentation เกี่ยวกับวิวัฒนาการทางด้านยานยนต์ เรารอแถวอยู่ครึ่งชม. ในกระเช้ามีเสียงอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ เลยรอดตัวไป ฟังรู้เรื่อง ที่นี่อยู่ใกล้ๆกับโซนGlobal Common 6 ที่ Thailand Pavillion อยู่ มองเห็นงานแบบ bird eye view ฮะๆ ตอนลงมามีพวกนิทรรศการของรถในอนาคต ออกแบบโดยนศ.ดีไซน์ของญี่ปุ่น
JR Pavilion คนที่เคยไปญี่ปุ่นหรือบางคนคงเคยได้ยินพวกรถไฟสาย JR หรือก็คือชินกังเซ็นนั่นเอง งานนี้เค้านำเอาชินกังเซ็นรุ่นล่าสุด (เราออกเสียงชื่อรุ่นไม่ถูกแฮะ ^^) ที่ทดสอบวิ่งแล้วคาดว่าจะเป็นรถไฟที่เร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็ว 580 กม./ชม. วิ่งด้วยการเหนี่ยวนำของระบบแม่เหล็กไฟฟ้ามาให้ดู เราเข้าไปดูLABที่สาธิตวิธีการทำงานของระบบกับตัวห้องโดยสารจริง แต่ไม่ได้เข้าไปดูหนังสามมิติแหะ เพราะคิวยาว หัวรถรุ่นนี้เพรียวมาก ละก็ห้องโดยสารแคบลงเป็น 4 ที่ต่อแถว (รุ่นปกติจะเป็นแบบ 5 ที่)...จะได้ลู่ลมละมั้ง

หลังจากนั้นก็ออกมารอเจอกับอีกกลุ่ม นั่งหม่ำชาเขียวขวดของญี่ปุ่น (ที่ไม่หวานแบบของไทย) กะป๊อกกี้รส...เชอร์เบตสตอร์เบอรรี่มั้ง เปรี้ยวดี ^^ พอสมทบกันก็ไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านราเม็งในงานน่ะแหละ ที่จริงอยากลองเบ็นโตะนะ แต่ร้านนี้ก็อร่อยดี อ้อ ก่อนกินผ่านเครื่องเล่น เลยไปเล่นดู ก็ขำๆดี ไม่เสียวเท่าพวก carnival world ที่เมืองทองแฮะ หลังข้าวเที่ยงแวะที่ robot station นิดหน่อย เป็นแบบเด็กๆนิดๆ มีพวกหุ่นยนต์พี่เลี้ยง, เพื่อนเล่น, ทำความสะอาด, รักษาความปลอดภัย , etc. กับผ่านบ้านผีสิงญี่ปุ่น...คึกเลยเข้า ปรากฎเราเดินเร็วมากจนจะชนกับกลุ่มข้างหน้า ไม่ค่อยน่ากลัวหรือเพราะไม่มีแบ๊คอัพเรื่องผีญี่ปุ่นเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ออกมาเร็วจนสตาฟงง ฮะๆ ^^
หลังจากนั้นก็ไปทางโซนที่พาวิลเลียนของเราตั้งอยู่ ทางเข้ามีออสเตรเลียกับสิงคโปร์เป็นทัพหน้า ดูน่าสนแต่ไม่ได้เข้า เพราะมีคนต่อแถวรอทั้งสองที่แล้วพอเดินลึกเข้าไปๆ ถึงเจอ
THAILAND Pavilion
ที่จริงก่อนจะไปญี่ปุ่นก็แอบเข้าไปดูรูปของพาวิลเลียนไทยในเวบไว้แล้วแหละ (...ดูแล้ว ก็ปิดเลย...) แล้วจากที่อ่านดูจากสื่อที่ไปมาแล้วทำให้ไม่คาดหวังมาก แต่พอเอาเข้าจริง...เอาแบบไม่ลำเอียงก็ผิดหวังอยู่ดี โอ เช่าพาวิลเลียนแบบไซส์ใหญ่เลยนะ แต่เหมือนทำไม่เสร็จเลย คือ ด้านหน้าก็เอาสกรีนธรรมดามาแปะกับโครงมาตรฐานที่เค้าให้มาเลย Theme คือ Thailand the golden land (?) ข้างในเนื้อหาหลวมมาก เรียบๆ เงียบๆ มีเหมือนจัดนิทรรศการวัฒนธรรม มีเรือสุพรรณหงส์จำลองมาตั้ง สมุนไพร ครัวการบินไทย และก็สินค้า OTOP(ที่มีมาม่ากะมาลีเข้าไปโชว์ด้วยได้ไงก็ไม่รู้...จ่ายไปเท่าไหร่เนี่ย? - -) ไปคุยกะสตาฟ ก็คือไปเกณฑ์บรรดานศ.ที่เรียนอยู่ที่โน่นแหละ
พูดอีกรอบได้มั้ยเนี่ย?... น่าผิดหวัง คือถ้านับกับฝีมือของดีไซเนอร์ไทยตอนนี้ น่าจะทำได้ดีกว่านี้...เยอะๆเลย แต่ก็อีก ราชการทำ...
สถานการณ์ล่าสุด 28/04/48 เหอๆๆ ในที่สุดเสียงของบรรดาคนไทยที่ไปดูมา(และเซ็งกลับมาอย่างเรา) ก็เป็นผล... รัฐมนตรีต้องออกมาเฉ่ง JSL เองแล้ว...ก็เออสิ จะบ้าเรอะ ><!275 ล้านทำได้แค่นั้นเนี่ยนะ!? มันไม่น่าจะให้โอกาสกันแล้ว ดีไม่ดีนอกจากเลิกสัญญาแล้วน่าจะฟ้องโทษฐานโกงกินกันแล้วทำประเทศชาติขายหน้าชาวบ้านอีกตะหาก แง่งๆ แต่จะยังไงก็ขอให้แบบที่แก้ออกมาดีด้วยเฮอะ สาธุ - -


TOYOTA Pavilion
ถึงจะมี fast pass ไว้แล้วแต่เราก็ต้องเผ่นไปก่อนเวลาประมาณ 20 นาที เพิ่งเดินถึงปากทางโซน โห! แถวรอดูของโตโยต้ายาวออกมาถึงปากทาง เกือบๆ สองร้อยเมตรได้มั้ง? แถมกั้นจำนวนคนเข้าไว้เป็นบลอคๆแล้วด้วยยาวไปอีก 3 รอบเป็นอย่างต่ำ แสดงรอบละ 50 นาที ห้ามถ่ายภาพ เลยอดเลย แต่ก็แอบถ่ายบนมอนิเตอร์ระหว่างก่อนเข้านะ เสียดายที่เป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย เข้าไปมีโชว์หุ่นยนต์เล่นดนตรีหุ่นยนต์ร้องเพลงแร๊พด้วย เอิ๊ก ^^ แล้วก็เป็นพวก performing art คู่กับรถรุ่นที่เราเห็นแล้วหลงรักเลย I-UNIT ที่จะตอบรับคำสั่งกับเจ้าของคนเดียวผ่านการแสกนม่านตา,ชีพจร บลาๆ (<<เพราะฟังไม่รู้เรื่อง) ที่สำคัญ มันสวยมากกก >[]< แต่หน้าตาแอบเหมือนนกเพนกวินแฮะ...


JAPAN Pavilion
เป็นพาวิลเลียนที่เราชอบมากอีกที่เลย ตัวพาวิลเลียนทั้งหมดถูกคลุมด้วยตาข่ายและโครงไม่ไผ่(ถึงจะสอดไส้ด้วยเหล็กก็เหอะ) หน้าตาเหมือน อ่า ถั่วหรือเม็ดข้าวนี่แหละ ส่วนตัวผนังเป็นผนังดินแล้วปลูกต้นไม้ ถ้าบ้านเราทำดินได้อยู่ตัวแบบของเขานี่น่าเอามาใช้มากเลย เพราะอย่างงี้เย็นชัวร์ๆ ข้างในห้ามถ่ายรูปอีกแล้ว ^^ เอาเป็นว่าเล่าละกัน เค้าจะมีตั้งแต่ภาพ Diagram ของข้อมูลประชากร, การย้ายถิ่นฐาน, การใช้ไฟฟ้าของแต่ละเมืองในญี่ปุ่น timeline ของสภาพบ้านเมืองพร้อมๆกับเทคโนโลยีของประเทศ ทั้ง TV รถยนต์ ไปถึงเครื่องเล่นเกมแฟมิลี่สีแดง(รุ่นเดียวกะที่เคยมีเลย) เจ้าหนูอะตอม เครื่องPS และ FFVII(iconของการพัฒนาในทศวรรษ 80 เชียวนะนั่น) จากนั้นเข้าถึงส่วนที่เราชอบมาก เป็น 3D Sphere คือฉายหนังสามมิติในลูกกลมๆอันใหญ่แล้วพื้นที่เรายืนก็เป็นกระจกใส คือมองเห็นทั้ง 360° เลย ภาพจะพาเราตกจากท้องฟ้าทะลุเมฆลงทะเล แล้วไปโผล่อีกทีบนอวกาศ สวยมากกๆ XD เหมือนตัวจะลอยไปด้วยจริงๆ จากนั้นก็จะออกมาเป็นฮอลล์ที่ตกแต่งแบบป่าไผ่ผสมกับทะเล พื้นที่ทีหน้าตาเหมือนทรายมันหยุ่นจริงๆด้วย! คือต้องน้ำหนักคนเดินแล้วจะรู้สึกว่ามันยุบๆ แต่ถ้าเอานิ้วจิ้มก็ยังแข็งๆนะ ตื่นเต้นๆไม่รู้ว่ามันคืออะไรเหมือนกัน แล้วก็มีนาโนเทคโนโลยีเพื่ออนาคต ตอนนี้นี่ทำให้ปลาน้ำจืดกับปลาน้ำเค็มอยู่ในน้ำแบบเดียวกันได้แล้ว


ออกมาก็ไปโฉบที่ European Zone หน่อยนึง คราวนี้เยอรมันกับฝรั่งเศสจัดร่วมกัน แต่ทางเยรมันจะเด่นกว่า คิวยาวชม.นึง เลยไปเข้า
FRENCH Pavillion เอาพวกหลุยส์ วิตตอง หรือบรรดา แฟชั่นแบรนด์ มาตั้ง แล้วก็หลงไปเข้าทาง
NGO Pavillion เป็นหนังไสตล์ UN แหละ ที่จะบอกความแตกต่างของชีวิตในประเทศพัฒนาแล้ว กับด้อยพัฒนา ฉายในกล่องทุกด้านยกเว้นตรงพื้นที่ยืนอยู่ ดูแล้วมึนๆดีแล้วก็เมื่อยคอเพราะต้องเงยคอตั้ง เนื้อหาก็จะอัดๆให้คนดูรู้สึกกดดันๆ (เหมือนจะรับข้อมูลมากเกิน)
ก่อนกลับก็แวะ Souvenir Shop ไปเล็งๆก่อน กะมาผลาญเงินที่นี่แหละ มีแต่สีเขียวเข้มเขียวอ่อนของ Mirizo&Kiccoro ...แอบแปลกใจที่ไม่มีคิตตี้ (ฮา) สงสัยเดี๋ยวโดนเรื่องลิขสิทธิ์ ได้กินไอติม (ที่คนญี่ปุ่นเรียก soft cream) กลางอุณหภูมิ 10 กว่าๆองศา มีรสมิโสะด้วย...แต่ไม่กล้ากิน ฮ่าๆ วนิลาปลอดภัย
วันที่สองเข้าทาง WEST GATE ที่เค้าจัดไว้ให้สำหรับจุดจอดแท๊กซี่ กับบรรดาทัวร์ทั้งหลายแหล่ แล้วกลุ่มเราก็ประดังกับกรุ๊ปทัวร์ลูกเป็ดลูกเจี๊ยบของบรรดาอาซิ้มอาซ้อที่แถวยาวจนไม่เห็นปลาย ผู้เข้าชมงานช่วงที่เราไปเป็นญี่ปุ่นเสีย 90% ได้มั้งต้องรอแถวประมาณครึ่งชม.ถึงจะเจอด่านตรวจกระเป๋าแบบวันแรก วันนี้ตั้งใจว่าจะไปฮิตาชิตอนบ่าย

MITSUBISHI Pavilion ธีมคือ What if the Moon Didn't Existมีหูฟังอธิบายเป็นภาษาอังกฤษเริ่มตั้งแต่ความสำคัญของดวงจันทร์ และจอหนังเรียกว่า IFX Theatre เป็น 3D เหมือนกันเจ๋งตรงที่ใช้กระจกด้านบน-ล่างของจอ ทำให้ภาพมันคล้ายๆกับ Kaleidoscope นะ สวยดีๆ

เลยไปดูที่เยอรมัน...แถวก็ชม.นึงเหมือนเดิม เลยไปวนดู Aichi Pavilion (เป็นของจังหวัดที่จัดแยกกับญี่ปุ่น) วันนี้ทั้งวันเลยเหมือนเดินรอบๆไม่ได้เข้าสักที่เพราะเวลาจะไปชนกับฮิตาชิที่จองไว้ - - ระหว่างรอเลยเดินไปโซนของจีน เกาหลี อินเดีย ฆ่าเวลา

Chinese Pavilion ทำด้านหน้าเป็น 12 นักษัตรด้วย เตรียมตัวเป็นเจ้าภาพ EXPO 2010 ที่ เซี่ยงไฮ้ แต่ข้างในไม่มีอะไรมาก
Korean Pavilion ธีม: Light of the life น่าสนใจตรงที่เอา Art มารวมกับ Technology ได้เยอะแยะ แล้วก็เน้นการมีส่วนร่วมของคนที่เข้าชมงาน มี 3D animation ที่อยากดูสุดๆแต่เวลาไม่พอ และ...เรารู้ซึ้งแล้วว่าพี่เบยองจุนที่นี่ดังจริงๆ - - (ดังจาก Winter Sonata หรือก็เพลงรักในสายลมหนาวที่ ITV เคยเอามาฉายน่ะแหละ ยูจินก็ดังนะ) ปกติเราก็ชอบเฮียนะ แต่ที่นี่นี่...ฟีเวอร์สุดๆ
CANADA Pavilion คนที่ชอบพวก abstractๆ หน่อยน่าจะชอบ เราชอบเทคนิคที่เค้าใช้มากกว่า ไม่น่าเชื่อว่าเวลาฉายภาพลงบนมุ้งลวดยับๆบนพื้นหลังดำมันจะดูเป็น 3 มิติได้แฮะ แล้วเค้าจัดจอฉายซ้อนกัน 2 ชั้น ชั้นด้านในมองผ่านมาเห็นด้านนอกได้แล้วเนื้อหามันจะเกี่ยวเนื่องกันทั้งหมดเลย เจ๋งดี

ไฮไลท์ของงานอีกที่ที่ได้ไปดู
HITACHI Pavilion อันนี้ก็เน้น interactive สุดๆ เพราะธีมคือ Nature Contact ตั้งแต่เข้าก็จะมีด่านให้บอกชื่อ ถ่ายรูปเรา แล้วก็เลือกภาษา มีญี่ปุ่น, จีนกลาง, เกาหลี, และอังกฤษ อันที่เด็ดคือ เค้าจะเอาบัตรเข้าชมงานซึ่งจะมีชิปฝังอยู่เข้าเครื่องเพื่อให้ขึ้นรถที่มีแว่น + เซ็นเซอร์ 3D ติดที่มือ แล้วเราก็สามารถ โยนกล้วย หรือให้นกเกาะตามมือได้ นอกจากนั้นข้อมูลของผู้เข้าชมยังถูกเก็บเข้าเวบของฮิตาชิเองให้เข้าไปดูได้ด้วย

ตอนกลับ กำลังเดินออกมา เจอเรื่องน่าตกใจนิดหน่อย คือตอนแรกก็เห็นว่ามีกลุ่มสตาฟวิ่งหน้าตื่นสวนไป เราก็งงๆ คือในงานมันจะมีทางเดิน 3 ระดับ บน กลาง ล่าง ที่เราต้องผ่านคือลงบันไดจากชั้นบนสุดไปล่างสุดเพื่อออกจาก west gate ไปขึ้น TAXI ปรากฏ สตาฟต้องปิดบันไดเพราะมีคนตกลงมา! O_O นอนอยู่บนขั้นบันได เลือดเต็มเลย เราไม่รู้เหมือนกันว่ากลิ้งลงอีท่าไหน จากตรงไหน สตาฟก็พยายามโฟลวคนให้ผ่านเร็วๆ เพราะ WEST GATE เป็นทางเข้าใหญ่ แล้วตอนนี้เหลือทางขนส่งทางเดียวคือลิฟท์สำหรับคนแก่คนพิการ คิวยาวมาก และเราก็ได้เจอความรู้สึกที่ถูกอัดเป็นปลากระป๋องของแท้ก็ในนี้แล... (แทนที่จะเป็นรถไฟใต้ดินแฮะ) แต่รถพยาบาลก็มาเร็วมากเหมือนกัน 2-3 นาทีก็ถึง คิดว่าคงปิดข่าวเพราะเราดูข่าวแล้วไม่เห็นแฮะ - -a
วันที่สาม...ตอนเช้่าวันนี้เจอขบวนเด็กนร.มาทัศนศึกษาเยอะแฮะ ฝนตกหยิมๆหนาวๆ วันนี้มุ่งมั่นว่ายังไงก็ต้องเข้า Germany Pavilion ให้ได้ > < แต่พอเข้ามาแถวยาวกว่า ชม.อีก ฮ่าฮ่า เลยหาที่คิวน้อยๆ ก่อนตามโปรแกรมที่จะไป nature school ตอนสาย
NEDO Lab เป็น ศูนย์พัฒนาหุ่นยนต์ของญี่ปุ่น มีหุ่นกระป๋องสูง 8 เมตรชื่อ Mirai(อนาคต)คุง ในตัวมีฉายเรื่อง nano technologies
พอออกมา... ฝนตก!*[]* หนาวมากก แง่กกๆๆ >*< โปรแกรมของ Nature school ที่เป็นกลางแจ้งเลยยกเลิก
Germany Pavilion เป็นพาวิลเลียนที่เราใช้เวลาเข้าคิวยาวที่สุด ...เกือบๆชม.ครึ่ง ยืนรอไปหนาวไปพูดออกมาเป็นไอไป ต้องตากฝนเป็นช่วงๆ เค้าเลยซื้อร่มให้ น่าร้ากก XD ระหว่างทางที่รอก็มีpresent ประเทศกันเยอะหน่อย เพราะเตรียมเป็นเจ้าภาพบอลโลกอะน่อ พอถึงคิวดันโดนจัดไปอยู่รถคันเดียวกับญี่ปุ่น เลยฟังไม่รู้เรื่องเลย แต่ธีมหลักของเยอรมันจะเกี่ยวกับการบินเป็นส่วนมาก รู้นะว่าด้านการยนตร์เยอรมันไม่แพ้ใคร แต่รถที่พาชมข้างในก็แอบมีเสียงกึงกังๆให้เสียวเล่นอยู่ดี

ออกมาก็จะบ่ายโมงแล้ว เราก็เผ่นไป World food court เพราะเป็นที่กินในร่มที่ใกล้ที่สุดแล้ว ในฟู้ดคอร์ทเป็นฟาสต์ฟูดซะส่วนมาก มีที่ชิมไวน์อีกตะหาก ราเม็งเนื้อกับไก่ทอดอร่อย ^^
บ่ายไปMammoth LAB ระหว่างทางผ่าน plaza กับเวทีกลาง ชอบโครงเวทีกลางมากค่า ชื่อน่ารักด้วยเรียกว่า Biolung เค้าเอาต้นไม้ดอกไม้ไปปลูกบนโครงเหล็กเลย สูงจนมองเห็นจากทั่วงาน เดินผ่านแล้วสดชื่นมากๆ

GLOBAL Hall + Mammoth LAB ที่จริงเข้าชมแยกได้ แต่เค้ารวบเลยเพราะฝนตก ใน global hall มีสองด้าน สีฟ้ากับสีส้ม เราเข้าโซนสีฟ้า มีหนังบนจอโซนี่ยาว 50 เมตรให้ดูประมาณ 20 นาที เราก็มัวแต่ถ่ายรูปไม่มียั้ง(แต่วันนี้น้อย เพราะหนาว กดไม่ออก 55)ไม่ทันดูป้ายว่าเค้าห้ามถ่าย จนสตาฟต้องมาบอกยิ้มๆ เป็นภาษาญี่ปุ่น รู้เรื่องไม่หมดแต่ก็เก็ทแหละ แล้วออกมาก็เป็น mammoth lab คนเยอะแบบไหลตามคนไปเลย มีฟอสซิลกระโหลก+ขาของ mammoth ที่พบในรัสเซีย และคราวนี้เป็นครั้งแรกที่รัสเซียยอมให้เอาออกนอกประเทศ ส่วนกระโหลกยังมีขน+ หนังติดอยู่เลย
Mountain of Dream จะเยกเป็นโชว์ย่อยๆของ 4-5 บริษัท ต้องเข้าแถวแยกกัน เราเข้าที่ NTK Water เป็น 3D โชว์เกี่ยวกับน้ำ อันนี้ดูเด็กๆนิดๆ
สุดท้ายๆ ก็ไปซื้อของฝาก หมดเงินไปกะที่นี่เยอะตามคาด ได้ตุ๊กตาลุงโมริโซยัดไส้มา ขนาดเท่าฝ่ามือ บีบมันมากก ชอบบ XD ที่เหลือก็ฝากคนโน้นคนนี้ไปตามเรื่อง

จบแล้วว... (คนพิมพ์หมดเวลาพิมพ์ไปหลายวัน) ขอบคุณที่ทนอ่านค่า ^^~~
แต่อาจมีเก็บตกเกร๊ดเล็กเกร๊ดน้อยอีกรอบแฮะ ^^
edit @ 2005/04/29 22:13:34