ระบาย
posted on 19 Aug 2006 21:35 by waenaglariel in waenaglariel.
.
.
.
.
พอดีตอนทำงาน เจออะไรหลายอย่าง
แล้วอ่านบลอคของมุ่ยเลยอยากพูดมั่ง
แต่อาจจะมองต่างมุมไปซักหน่อย
และเรื่องอยากพูดมันเยอะ เลยเขียนที่บลอคของตัวเองดีกว่า
.
.
.
.
ที่เขียนเอนทรีนี้ไม่ใช่เพราะเคืองจ้า
แต่เราอยากบอกความรู้สึกของคนหนึ่งที่เลือกเดินอีกทางในตอนนี้เท่านั้นเอง
.
.
.
.
เราเป็นคนนึงที่เลือกเดินทาง วิชาชีพ
เราจบโทคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สาขาการบริหารจัดการงานสถาปัตยกรรม
และตอนนี้ทำงานเป็นสถาปนิกค่ะ
เพิ่งทำมาเดือนนึง ยังปรับตัวอะไรหลายๆอย่าง
.
.
.
แต่
การที่เราไม่ได้เลือก สิ่งที่รัก
ไม่ใช่เพราะมันไม่มีเงิน ศักดิ์ศรี ความมั่นคง หรือความสุข
ไม่ใช่ว่าไม่อยากไปทางสายนั้น
แต่ละคนมี จังหวะชีวิต และ โอกาส ที่ต่างกัน
ซึ่ง โอกาสของวงการนี้บ้านเรายังมีไม่มาก
ซึ่งก็เห็นด้วยอย่างที่มุ่ยว่า ส่วนหนึ่งเพราะ ทัศนคติ
.
.
อาทิตย์ที่แล้วพวกพี่ที่ออฟฟิศนั่งดู deviantart ของเราที่ทำงาน
แล้วก็คอมเมนต์กันสนุกๆ
มีพี่ซีเนียร์ในออฟฟิศเดินมาดู แล้วพูดขึ้นมา
ถ้าคอมเมนต์นะ พี่ว่ามันญี่ปุ่นไป...
อืม...มาอีกแล้ว คอมเมนต์นี้
แล้วพี่ก็สาธยายถึงการ์ตูนไทยที่เห็นว่าเจ๋งต่างๆ นานา
ด้วยความเคารพ จริงๆเราชอบพี่คนนี้มากนะ
เพราะเค้าความคิดค่อนข้างเปิดกว้าง และมันๆดี
แต่เรื่องนี้ทำเอาเราผิดหวัง
ว่าสังคมมองคนการ์ตูนแบบไหน
เราไม่เคยคิดว่าคนทำงานด้านนี้ไม่มีศักดิ์ศรี
แต่คนภายนอกมองว่าการที่เรามีเส้นที่ได้แรงบันดาลใจจากญี่ปุ่นเยอะ
คือการไม่มีศักดิ์ศรี
บางทีเราก็คิดว่าแปลกเนอะ...
ทีความรู้จากฝรั่ง ลอกเค้ามาล้วนๆ แล้วแปลเป็นไทย
ยังได้รับการยกย่อง
.
.
.
.
นอกจากนี้ยัง ทัศนคติ ของตัวเอง
ส่วนตัวแล้วเราก็รู้ตัวว่าฝีมือยังไม่ถึงขั้น
ยังต้องพัฒนาอะไรอีก อยากฝึกอะไรอีกหลายๆอย่าง
เพรางานวาดไม่ใช่ว่าจะได้ทำงานในแนวที่ตัวเองถนัดอยู่ตลอดเวลา
อยากพัฒนาจนตัวเองยอมรับตัวเองได้ในระดับหนึ่งก่อน แล้วค่อยลองอีกยก
แต่ยังไม่อยากจะพูดลงไปถึงขนาดว่าอีกกี่ปี ตอนเท่านี้ๆ ฉันจะออกไปทำงานวาดละนะ
เพราะอนาคตมันไม่แน่นอนอยู่ดี...
.
.
การไม่ได้เลือกสิ่งที่เรารัก ไม่ได้ทำให้เรารักมันน้อยลง
เราคิดตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัยปีแรกๆ
ว่าเรื่องวิชาชีพ กับงานวาดจะเอายังไง
เพราะทางวิชาชีพ เราก็ทำได้ดี
งานวาด เราก็พยายามพัฒนาเรื่อยๆ
แต่ค่อนข้างจะช้ากว่าคนอื่น
เพราะเราแทบไม่ได้วาดรูปเลยไปปีกว่าๆ ช่วงที่เรียนหนักมาก ๆ
.
.
.
.
เรื่องงานหนัก เราไม่กลัว เพราะคณะที่เราเรียนสอนเราให้อดทนอยู่แล้ว
แต่เราไม่สามารถไม่สนใจอะไรเลยแล้วออกมาวาดรูปอย่างเดียวได้
อย่างน้อยต้องเลี้ยงตัวเองกับครอบครัวให้ได้ก่อน
เราเลยคิดว่าในตอนนั้นว่า แผนชีวิตคร่าวๆ คงทำงานที่มั่นคงในระดับหนึ่ง
แล้วทำงานวาดเป็นงานรอง
แต่ถ้ามีโอกาสทำงานทางนี้เต็มตัวก็จะทำเลย
.
.
.
เราไม่ได้ว่าคนที่ทำงานด้านนี้เลยจะเป็นคนที่ไม่สนใจอะไรนะ
เราเห็นว่ามันเป็นโอกาสที่ดีของแต่ละคนที่จะได้งานที่รักและดีในเวลาเดียวกัน
อย่างมุ่ยเราก็รู้ว่าโอกาสไม่ได้ได้มาง่ายๆ การที่ได้ทำงานที่ชอบเราดีใจด้วยจริงๆ
แล้วก็น่าจะเป็นกำลังสำคัญของวงการบ้านเราด้วย
(ถ้าเราหาโอกาสของตัวเองได้แล้วจะตามไปเน้อ ^^)
.
.
.
.
ตอนหางาน เราหาทั้ง 2 ด้าน ทั้งงานวิชาชีพ กับงานวาด
แต่งานวาดเงียบๆไป ไม่รู้งานห่วยหรือกลัววุฒิเรา - -;
ตอนนี้ก็เลยทำงานวิชาชีพเป็นหลัก
ลองมาตามทางที่เรียนมาก่อน เงินเดือนไม่ได้เยอะหรอก
แล้วทำงานวาดเป็น Part-time + ฝึก + งานอดิเรกในตัว
(เหมือนโลภ เอาทุกอย่าง ฮาๆ)
พยายามอยู่ทั้ง 2 อย่างละค่ะ
(แต่ตอนนี้วิชาชีพมันเบียดบังเวลาตรูจังวุ้ย - -)
.
.
.
.
เท่าที่รู้ตอนนี้
เราทำหน้าที่ของตัวเองให้ถึงระดับหนึ่งก่อน
แล้วความสุขเราก็ยังมีจ้ะ
ถึงจะไม่ใช่ความสุขที่บอกได้เต็มปากว่า เราเจอที่ของเราแล้ว ก็เถอะ
ก็ยังตามหาจังหวะของตัวเองอยู่ต่อไป
.
.
.
.
มีคนบอกว่า การที่ได้ทำงานที่รัก ก็เหมือนกับไม่ต้องทำงานอีกตลอดชีวิต
เราก็ยังตามหาทางนั้นอยู่นะ
.
.
.
edit @ 2006/08/19 21:40:26
ดูจะเครียดไปหน่อยแฮะ
ข้าเจ้าเอง...ก็ยังไม่เจอเหมือนกัน หนักกว่าตรงที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะเลือกอะไร = ="
#1 By Lynx on 2006-08-19 21:52